วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ความเงียบอันมืดดำ The Tribe

 The Tribe   



ความเงียบอันมืดดำ 

(Ukraine ,2014,Myroslav Slaboshpytskyi)



บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์

No voice  over  No subtitle

เราต้องบูชามันในแง่ของความเป็นศิลปะงานภาพยนตร์   เราว่า The tribe คือมิติใหม่ของการชมภาพยนตร์สำหรับเรา 

ภูมิคุ้มกันจากหนังอย่าง toyo sora ทำให้เราสามารถดูหนังเรื่องนี้จนจบได้
หนังอันตรายมาก เราพยายามเก็บ details จากหนังให้ได้เยอะสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ยอมรับว่าไม่หมด เนื่องจากหนังสัญชาติยูเครนเรื่องนี้ ไม่มีแม้แต่บทพูดซักประโยค ไม่มีแม้แต่ soundtrack ประกอบ ทั้งหมดทั้งมวลของหนังถูกลดทอนให้เหลือแค่เสียงของ ambient บรรยากาศ เท่านั้น tokyo sora ของญี่ปุ่น ดูเด็กไปเลยมาเปรียบกับเรื่องนี้ แต่ความประหลาดคือหนังมันสามารถเอาความเงียบเชียบพาคนดูอย่างเราไปถึงจุดได้

ความอันตรายที่ว่านี้คือ สถานการณ์ ตัวละคร ทุกอย่างดูมืดดำไปหมด และไม่น่าไว้วางใจ เราแม่งไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย เราว่าหนังมันดูสดมาก พระเอกเป็นหนุ่มใบ้ที่บุคลิกถ้าดูภายนอกจะดูทึ่มๆ มันมีเหตุการณ์ให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในหลุมของพวก อาชญากรรม ความอันตรายต่างๆ การปล้น แก๊งรีดไถ ยาเสพติด รวมไปถึงการตระเวณค้าโสเภนี ซึ่งเป็นกิจกรรมยามดึกของคนพวกนี้ จะเห็นได้จากในหนัง

รวมๆแล้วหนัง kill พวกที่ชอบความแปลกใหม่ ความ violence ต่างๆ หรือพวกคอหนังเทศกาล

คะแนน  A




วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

freelance ฟรีแลนซ์ (เต๋อ นวพล)



 freelance ฟรีแลนซ์ 

(Thailand,2015, เต๋อ นวพล)


บทวิจารณ์ และ วิเคาระห์


เวิ้งว้าง อิสระ และงดงามในแบบหนังของเต๋อ
ทำไมเราถึงบอกเช่นนั้น ปกติเราจะไม่ได้เห็นหนังแบบนี้ใน GTh เป็นแน่ถ้าไม่ใช่งานของเต๋อ นวพล freelance ยังคงผสมสิ่งที่เรียกว่า surrealistic เข้าไปอยู่บ้าง การกระทำที่ดูไม่สมเหตุสมผลในบางฉาก การสมมุติเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมา ก่อนที่จะตัดฉากออกมาให้คนดูงงในบางครั้ง เช่น ฉากงานศพในมโน ของ ยุ่น ที่มี พี่โบ และ พี่จ๊อย tk มาร้อง บลาๆๆๆ ก่อนที่จะตัดออกมาว่า ตัวเขาถูกส่งไปโรงพยาบาล และนอนสภาพไม่สู้ดีอยู่บนเตียง แต่ความ surreal อาจจะไม่ได้ล้นปรี่อย่าง marry is happy marry is happy นัก แต่ถึงอย่างไงมันก็คือการตั้งใจของพี่เต๋ออยู่ดี ที่จะให้ออกมาในลักษณะ ดูเลื่อนลอย และแนวๆๆ ในแบบผู้กำกับหนังอินดี้ หนังมีความ real ขึ้นมาจากเรื่องก่อน นั่นอาจจะปรับให้ดู massขึ้นมานิด แต่ก็ยังเป็น indy massอยู่ดี55
ฉากในตอนกลางเรื่อง ในฉากพักร้อนนี่ ยุ่นไปดูพระอาทิตย์ตกดินคนเดียว และไปยืนทำท่าเหมือนจะเซลฟี่กับ รูปปั้นอะไรซักอย่าง ตรงทะเล ทำให้ผมนึกไปถึง ฉากที่ แมรี่ ไปฝรั่งเศสคนเดียว จัง มันให้อารมณ์เวิ้งว้างและอิสระดี จุดนี้เราชอบมาก

จุดที่พีคไปกว่านั้นคือ เพลงทั้งหมดในหนังนั้น มันแนวทางเรามาก ยิ่งตอนที่ intro เพลง รอผล ent ของ ภูมิจิตขึ้นเท่านั้นแหละ เข้ อารมณ์มาจริง และก็อีกหลายๆเพลง
ซึ่งถ้าใครคาดหวังกับความเป็น romantic comedy โลกสวยไรมากก็ละก็บอกเลยว่าไม่ใช่
โดยส่วนตัวเราว่าหนังสนุกและเท่มากก ข้อเสียอย่างเดียว เราแม่งรำคาญเสียงโทรศัพท์ในเรื่องมาก555
เรื่องนักแสดงนี่ไปมา guest surpise สุดคงเป็นพี่โต้ง บรรจง จากพี่มาก พระขโนงยังมา เล่นเป็นคุณหมอหน้าตาย
ปล พี่บอล scrubb ของผม เรื่องนี้โหดและนิสัยไม่ดีเอาซะเลย 555
สุดท้ายอยากบอกจากใจ ผมยังคงรอคอยหนังดีๆจากพี่เต๋อ ต่อไป รีบทำหนังเรื่องที่ 5 ด่วน

คะแนน A

พระอาทิตย์ยังคงงดงามเสมอ ทุกครั้งที่มอง Always sunset on third street 1

Always sunset on  third  street 




"พระอาทิตย์ยังคงงดงามเสมอ ทุกครั้งที่มอง"

(Japan,2005, Takashi  Yamasaki)


บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์


กลับมาพร้อมกับหนังญี่ปุ่น จะว่าไปเรื่องนี้มันนานมากแล้วครับ ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้ดู  แล้วก็ประทับใจมาก  คิดในใจทำไมไม่ดูแต่ตอนนั้นวะไปอยู่ไหนมา  
     
ไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายหนังญี่ปุ่นสุดคลาสสิคเรื่องนี้ นอกจากจะบอกว่า สวยงามทุกอณูจริงๆครับ ไล่ตั้งแต่ story ยันไปจนถึงตัวละครทุกตัว เพลงประกอบ ทุกอย่างมันดูมีชีวิตไปหมด เป็นภาพรวามของโตเกียวที่กำลังจะเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ ไปด้วยความหวัง และความฝันของผู้คน

ปล ฉากนี้เป็นฉากที่คนในหมู่บ้านรวมตัวกันดูทีวีซึ่งเป็นทีวีเครื่องแรกของหมู่บ้านคุณซูซูกิเราพีคมาก 
  
always ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ ได้เข้าไปวิ่งเล่นบนถนนเส้นนั้น ได้ไปเห็นชีวิตของผู้คนญี่ปุ่นช่วงยุค 2501 ช่วงที่ตึกรามบ้านช่องกำลังจะพัฒนา สมัยที่ยังมีรถราง ร้านซ่อมรถเล็กๆ ร้านขายของชำขนาดไม่ใหญ่ ผู้คนในเมืองที่อาศัยเหมือนครอบครัวจริงๆ ทุกคนช่วยเหลือ เหมือนภาพชนบทที่แสนอบอุ่นอยู่ในฉากหลังของเมืองโตเกียว ทำให้เรากลับไปคิดว่า ถ้าเกิดคนในเมืองเป็นเหมือนยุคก่อนนั้นน่าจะดี แต่อย่างไรเสียชีวิตของผู้คนรวมไปถึงเมือง บ้านก็ต้องพัฒนาอยู่ดี รวมไปถึงการเข้ามาของ เทคโนโลยี่ เครืองใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หนังเรื่องนี้ยังทำให้ผมได้มองชีวิตผู้คนตัวเล็กๆ ที่กำลังเดิน กำลังสร้างความหวังไปด้วยกัน คล้ายๆกับ ดอกไม้เล็กๆที่กำลังผลิบานอยู่ในสวนสวยๆ อย่างไงอย่างนั้นเลย
เราชอบตัวละครทุกตัวในเรื่องจริงๆ ถ้าขาดตัวใดตัวหนึงเสียคงจะไม่เป็น always ที่สมบูรณ์แบบแน่

" ถึงแม่ว่าถนนเส้นนี้อาจจะไม่ได้โรยไปด้วยความสุขหรือความหวังทั้งหมด มันอาจจะดูสิ่้นหวัง ลำบากบ้าง ผมเชื่อวาทุกคนบนถนนเส้นนี้พร้อมที่จะเดินทางไปด้วยกัน ขอแค่มองมา ณที่แห่งนี้ พระอาทิตย์แห่งความหวังยังคงงดงามเสมอ "

คะแนน  A+



วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

"แม้จะไกลถึงดาวอังคาร เราก็จะไป " Standing up

Standing up



"แม้จะไกลถึงดาวอังคาร เราก็จะไป

(U.S.A,2013,D.J caruso)



บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์

 แว่นชายพาแว่นหญิง จับมือออกเดินทางไปด้วยกัน   ไปในที่ที่ไม่มีใคร  เราจะสร้างโลกขึ้นมาเอง  

สัญญากับฉันนะว่าเราจะไม่ทิ้งกัน  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น   เราจะใช้ชีวิตให้เหมือนพวกเผ่าอินเดียแดง 

หาของป่า   สร้างกระท่อม   นั่นคือความคิดของเด็กชายและเด็กหญิงทั้งสองในเรื่อง


ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังค้าง stock ที่ผมกะดูมานานมากแล้ว เพิ่งจะมีโอกาสได้ดู และเราก็ชอบมากซะด้วย


Coming of age
หนังโครตเท่ แหมนึกว่า Romio & Juliet version เด็ก nerd ซะอีก
เราฟินกับตัวละครเด็กทั้งสองจริงๆ
ว่าด้วยเรื่องราวของ เด็กขี้แพ้ทั้งสอง ที่อยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยว ถูกเพื่อนๆในค่ายกลั่นแกล้ง ทั้งสองเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ของกันและกัน ไม่มีใครดีไปกว่านี้แล้ว ทั้งสองคิดแผนหนีแหกค่ายออกไปใช้ชีวิตด้วยกัน แต่ไม่ใช่แบบความรักของคนหนุมสาวชิงสุกก่อนหามไรแบบนั้นนะ มันเหมือนรักในแบบมิตรภาพ เด็กหญิงและเด็กชาย บริสุทธ์ใสซื่อ ซึ่งเราแม่งอมยิ้มอยู่หลายฉาก จังหวะจะโคลนของหนังที่เูรียบง่าย เป็นอารมแบบนิยายเด็กชวนฝัน ประมาณนั้น
เราชอบคำพูดในเรื่องของเด็กสองคนนี้มาก ตอนพระเอกพูดว่า เรามีความฝันว่าอยากใช้ชีวิตในป่าเหมือนอินเดียแดง เราจะอยู่ในกระท่อม หาของป่า หาอะไร ผมเข้าใจเลยว่าเด็กด้วยความใสซื่อ มันจะมีจินตาการต่างๆ ที่ฟังดูแล้วเหมือนนิยาย เลยวะ แล้วความจริงคือ เด็กสองคนนี้ยังเล็กเกินไปกว่าจะทำแบบนั้น และท้ายสุดพวกเขาก็ยังหนีไปพ้นครอบครวพ่อและแม่อยู่ดี
ปล คิดในใจว่า ไอ้เด็กที่เล่นเป็นพระเอกโตขึ้นมามันหล่อแบบไม่ต้องสืบ
"ช่วงเวลาที่มหัศจรรย์ของฉันคือการที่มีเธอเข้าเปลี่ยนโลกใบเล็กๆ


 " พระเจ้ามักจะให้สิ่งที่มหัศจรรย์เวลาเราคับขัน"
คะแนน   A

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

"ปีศาจแสนสวย" The world of Kanako

The world of Kanako


            


"สิ่งเดียวที่ทำให้ผมหลงเหลือความเป็นมนุษย์ คือการที่มีเธออยู่บนโลกใบนี้ "

(Japan,2014, Tezsuya)



บทวิเคราะห์  และ วิจารณ์


  สุดขั้ว และ extreme อย่างมหาศาล มันเล่นเอาเราถึงกับ shock ในหลายๆ scene เลยแหละ มัน violence จริงๆ นึกว่างานของ sion sono ซะอีก หนังเลือดสาด ตัวละครจิตอยู่ในระดับโคม่าปรอทแตก

ว่าด้วยเรื่องราว การหายตัวไปของ เด็กสาวอายุ 18 ปีที่ชื่อ คานาโกะ เธอสวย ร้ายเยี่ยงปีศาจ และอันตรายมาก เธอทำลายชีวิตคนเกือบทุกคนในเรื่อง รวมไปถึงผู้เป็นพ่อแท้ๆ
the world of kanako พาคนดูไปพบกับ โลกอันวิปริต ของวัยรุ่นญี่ปุ่น โลกที่เต็มไปดวย ความก้าวร้าว ความรุนแรง การฆาตกรรมต่างๆ ,gangster , ยาเสพติด ความคึกคะนอง ,ความหลงผิด และอื่นๆอีกมากมาย
สภาพจิตใจของตัวละครในเรื่องล้วนถูกกัดกร่อนไม่เป็นชิ้นดี โดยปัญหา ทั้งหมดล้วนแล้วมาจาก ปัญหาครอบครัว

เราชอบเกือบทั้งหมดของหนังจริงๆ รู้สึกว่าตัวละครทุกตัวมันมีออร่าและแสดงออกมาชนิดแบบปล่อยของมาก โดยเฉพาะงานภาพแสงฉากต่างๆ ทำให้เรานึกไปถึงงานเก่าๆของผู้กำกับคนนี้ มันมีส่วนผสมของ memories of matsuko ทีใช้เทคนิคลูกเล่นภาพสีสัน สดใส ที่ขัดแย้งกับเรื่องราวอันมืดหม่น บวกกับ ภาพเด็ก high school ที่แสดงออกมาในลักษณะการเล่าเหตุการณ์ย้อนหลังแบบ slow ๆ ที่เราคุ้นเคยใน confession อย่างที่บอก งานภาพของ the world of kanoko มันเป็นผลผลิตที่ถูกผสมกลมกลืนระหว่างหนังเก่าสองเรื่องของ เท็ตสึยะ ลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามาคงเห็นจะเป็น animation เท่ๆ
ปล มีฉากหวาดเสียวชนิดต้องปิดตาหลายๆฉากพอสมควร แต่ท้งหมดทั้งมวลแล้วถือว่าคุ้มครับ


คะแนน  A



บทเพลงของ เซลกี้ Song of the sea

Song of the sea



บทเพลงของ เซลกี้   

(Ireland, 2014, Tomm Moore )






บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์


เราอยากบอกดังๆ ว่า มันเป็นหนังการตูนอนิเมชั่นที่ มหัศจรรย์ใจมาก ปกติเราจะไม่ได้ตามหนังสายนี้เท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่ การ์ตูนของ จิบิ จริงๆ song of the sea ทำออกมา ในแนวของการ์ตูนลายเส้น 2 มิติ เราถือว่ามัน interest ดีนะ คล้ายๆกับ ภาพการ์ตูนที่มีจิตกรชาวยุโรปวาดออกมาแล้วสามารถเคลื่อนไหวได้ story มันพาเราไปแบบนั้นจริงๆ fantasy สมใจคนดู ในอารมณ์แบบกึ่ง drama โศกเศร้า ว่าด้วยเรื่องของ ครอบครัวชาวไอร์แลนด์ครอบครัวหนึ่งที่ต้องสูญเสียคนเป็นแม่ไป




หนังมุ่งไปถึงความสัมพันธ์ที่น่าประทับใจของ พี่ชาย กับ น้องสาว น้องสาวเป็นมนุษย์แมวน้ำที่พูดไม่ได้ ก่อนแม่จากไป แม่บอกว่า ."ลูกจะเป็นพี่ชายของน้องสาวที่ดีที่สุดในโลก " ดูแลเธอด้วยนะ
หนังเล่าที่มาของตัวละครต่างๆแบบค่อยๆเฉลยไปทีละนิดละนิด คล้ายๆกับ การที่เด็กคนหนึ่งกำลังนั่งฟังนิทานจากผู้ใหญ่อย่างตั้งใจ แต่เราชอบหนังเรื่องนี้ตรงที่ว่า ตัวละครต่างๆไม่ได้ตั้งใจออกมาโชว์การร้องเพลงแบบพร่ำเพื่อ เหมือนชื่อเรื่อง song of the sea ที่ก่อนดูต้องคิดว่า มีพวกเหล่าแมวน้ำน่ารักมาร้องเพลง หลายๆฉาก มันไม่ใช่เลยครับ ไม่ได้อารมณ์แบบ frozen ไม่ได้แบบ lion king สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ แหกปาก ตลกโปกฮา กลางป่า หรือการตูน ดาดๆ เรื่องอื่นๆ แต่ song of the sea ปล่อยให้ story นั้นดำเนินไปถึงจุดที่ควรจะเป็น เราว่ามันมีเสน่ห์กว่า และสวยงามด้วยซิ        สรุปเลยละกันว่า ประทับใจครับ
ใครที่เคยดูหนัง animation ค่ายยักษ์ใหญ่ หรือพวกสาวก frozen อะไรแบบนี้ หรือติ่งเพลง let it go ลองเปิดใจให้กับ animation ไอร์แลนด์เรื่องนี้ คุณอาจได้สีสันของการดูการ์ตูนที่หลากหลายขึ้น ผมเชื่อว่า
อย่างนั้นนะ               


คะแนน   A


สมการแห่งความสมดุล " X+Y

" X+Y ( Brilliant Young mind )


สมการแห่งความสมดุล  

(U.S, 2014 ,Morgen Matthew)




บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์



ไม่ได้อัพ blog นานมาก  จนบางคนบอกว่า  มันล้างไปแล้ว   เนื่องจากเราไม่ค่อยมีเวลา   กลับมาคราวนี้เราอยากจะพูดถึงหนังเรื่องนึง   ออกไปเมื่อปีที่แล้ว   นั่นคือ x+Y  โดยส่วนตัวเราว่าหนังมันสว่างนะ   coming of age  ทางถนัดที่เราชอบ 


 เรามีปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะดูหนังเรื่องนี้ เนื่องจากรอหนังเรื่องนี้มานานมาก ย้ำว่านานจนเคยท้อว่าจะได้ดูมั้ยน๊าาา ในที่สุดความฝันก็เป็นจริงเมื่อ master ออกเลยไม่ลังเลรีบเก็บหนังเรื่องนี้ทันที แล้วก็พบว่า อื้ม ฟิน


หนังนั้น optimistic สุดตีน พระเอก เนธาน เด็กหนุ่มที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ตัวเลข แต่มีปัญหาด้านการเข้าสังคม พูดง่ายๆ เด็กพิเศษ แตไม่ได้ขั้นรุนแรง เขาเสียพ่อไปตอนเด็กๆ เพราะพ่อนั้นถูกรถชนในขณะที่กำลังสนทนากับเขา โชคดีที่เขารอดมาได้ อยู่กับแม่ มีครูขาเป๋ มาติวเลข และจ้องจะคอยสานสัมพันธ์แม่ของเขา ซึ่งเขาจะไม่ลงรอยกับแม่นัก ต่อมาได้มีโอกาสไปรู้จักกับ นางเอก จางเหม่ย เด็กสาวชาวจีนที่เป็นตัวแทนนักเรียนคณิตศาตร์โอลิมปิก ในสภาพแวดล้อมที่เขาไม่คุ้นเคยเพื่อนใหม่ๆ สังคม บรรยากาศทำให้เนธานต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ได้ รวมไปถึงความรักที่กำลังจะเกิดขึ้น

coming of age , love story, teen school boy , drama , family เราว่ามันมาครบนะ ตามนี้
จะว่าไป x+Y มันทำให้ผมนึกถึงหนังดรม่าชีวิตวัยรุ่น เด็กแปลกแยก อย่างเรื่อง
The Perks of Being a Wallflower ที่พูดถึงเด็กคนนึงที่มีชีวิตในโลกของตัวเอง วันนึงต้องการจะหลุดและก้าวผ่านจุดนั้นมา และ สุดท้ายสามารถมีชีวิตที่ต่างจากเดิมได้ เพียงแต่ ตัวละครใน x+y ไม่ได้มาจากเบื้องหลังที่หมองหม่นมากกก มันแค่จะบอกกับคนดูว่า ไอ้ nerd คนนี้กำลังจะเปลี่ยนไปแล้วนะ ประมาณนี้ ด้วยปัจจัยอะไรหลายอย่าง เพื่อน สังคม สภาพแวดล้อม รวมไปถึงความรัก

อีกอย่างเราชอบความรักที่ดูบริสุทธ์ผุดผ่องของตัวละครทั้งสองมาก  เราว่ามันดู innocent ดี  
รวมๆแล้ว ถือว่าเป็นหนังที่ดูเพลินเลยแหละ

" ความรักบางครั้งก็เหมือนกับโจทย์สมการคณิตศาตร์ สับสน ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่ถ้าเราพยายามเราก็จะสามารถตีโจทย์นั้นแตก "

คะแนน   A