วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ความย้อยแย้งทางเพศภาพ The Denish girl

The Denish girl 



    " ความย้อนแย้งทางเพศภาพ "

(Denmark,2016,Tom hooper)



บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์

เพศภาพ คือ สิ่งที่บ่งบอกตัวตนของมนุษย์ คือสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดมา ไม่มีใครที่จะปลดแอกหรือหนีสิ่งๆนั้นได้ สิ่งที่ทำได้คือการยอมรับกฏการกำเนิดเพศ และดำรงชีวิตต่อไป
สิ่งที่ต้องชมอย่างแรกคือการแสดงที่โครตทรงพลังของ คุณพระเอก
สีหน้าแววตา ได้หมดเลย มันเก่งมากเราว่า ไม่ง่ายที่จะจริตได้ถึงขนาดนั้น เรานึกถึง ตอนที่แกเล่นTheory of everythng ที่เล่นป่วยๆ แต่ถึงอารมณ์คนดู ไม่ใช่ป่วย เล่นแย่นะ แต่ที่บทแกเป็นคนป่วย ไอ้หมอนี่มันเทพมากด้านการโชว์สีหน้า
ฉากหลังคือ เมืองโคเปเฮเกน เดนมาร์ค ที่ช่างสวยเหลือเกิน มีพวกเรือสำเภา เหมือนพวกเมืองท่า เราอยากหลุดไปอยู่ในยุคนั้นจัง รู้สึกว่าเครื่องประดับ ของใช้ต่างๆมันงดงาม บรรยากาศหรูหรา ดี ชุดนักแสดง ภาพวาดในเรื่องเราสะดุด เพราะมันสวยจริงๆ
การเล่าเรื่องเรารู้สึกว่า เราไม่ได้อินอะไรมากกับ เรื่องนะ มันพูดถึงคู่สามีภรรยา ที่วาดรูป เกิดวันหนึ่ง ผัวดันมาผิดเพศ แต่หนังดันบอกแต่งงานมา 6 ปีแล้ว ทำไมเพิ่งมารู้สึก หรือนางรู้นานแล้วแต่เพิ่งมาฟูมาฟาย มันดูแปลกๆ จุดนี้ หนังก็ดำเนินเรื่องไป ตามครรลอง ที่ตัวละครอยู่ในช่วงสับสน กระอักกระอ่วนในบางอย่าง แต่บอกไม่ได้ ความรู้สึกของหนังคอการล๊อคคนดูตลอดเวลาว่ากูต้องการจะสื่อแบบนี้นะ มึงต้องอดทนไปเรื่อยๆ มันจึงเกิด เส้นระนาบตรง ที่ไม่ได้นำพาเราไปไกลมาก มันมีแค่จุดฉุกคิดตรงที่ เมื่อชีวิตนึงที่ธรรรมชาติให้มาไม่ถูกต้อง มันก็ถึงเวลาที่ชีวิตนั้นจะโดนลบร้างหายไป จุดนี้เราใจหายเหมือนกัน ความรักเกิดได้ตลอดไม่ว่าเพศไหน สิ่งที่สำคัญสุดคือการดูแลซึ่งกันและกัน มันก็จะมีบางตรงให้เราคิดบ้าง เมื่อความไม่ยุติธรรมในบางอย่างดันเกิดมา มันเปนปกติที่ต้องหาทางออก ไม่ใช่ปล่อยไป
ความรืนย์รมของหนังนั้นมีน้อยมาก มีแค่ตอนแรกๆ สีหน้าแวตาเปื้อนยิ้มประหลาดๆ ของ คุณพระเอก แต๋วแตก นอกนั้นหนังแทบจะซีเรียสจริงจัง ขมขื่น อึดอัด
แต่โดยรวมเราว่าหนังมันค่อนข้างจะพิถีพิทันในด้านงานโชว์ ฉาก และ การแสดง

คะแนน  C+

รักสลาย ไม่ได้แปลว่า โลกดับสูญ Be with Me

   Be with me  






"รักสลาย ไม่ได้แปลว่า โลกดับสูญ "

(Singapore,2005, Eric koo)

บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์



ขออยู่กับเธอจนชั่วนิรันดร หลังจากผมได้ดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว บอกได้คำเดียวคุ้มค่าจริงๆ ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้

ได้อะไรหลายอย่างจากหนัง  คนเราเกิดมาบางครั้งก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กันละอยู่ด้วยกันตลอดไป เพียงแค่อาจเคยมีช่วงเวลาที่ดีต่อกันก็เท่านั้น    Be with me ถ่ายทอดเรื่องราวของ คู่รักสามคู่ ซึ่งเป็นความรักที่สุดท้ายแล้วไม่สมหวัง  ผ่านตัวกลางของเรื่อง คือ หญิงสาวตาบอดที่ชื่อว่า เทียเรยร์ซ่า เป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมเรื่องราวไว้ทั้งหมด   1  ความรักของสองสาวเลสเบี้ยน ที่พบกันบนโลกของอินเตอร์เน็ต แล้วส่งข้อความหากัน แล้วนัดเจอกัน สุดท้ายแล้วเมื่ออีกฝ่ายไปมีคนใหม่ อีกฝ่ายก็ผิดหวังอกหักพยายามจะฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดที่แทงค์น้ำสูง    ความรักของ ยามอ้วน ที่มีต่อหญิงสาวสวย  เป็นรักที่แอบรักอยู่ข้างเดียว แอบมองเธอผ่านกล้องวงจรปิดอย่างมีความสุข โดยตัวเธอไม่เคยรู้เลย  แต่ยามอ้วนพยายามที่จะบอกความในใจโดยการเขียนจดหมายส่งให้เธอ    สุดท้ายความรัก ของตาแก่ กับ หญิงชราที่เปิดร้านขายของชำมานานหลายปี  หญิงชราแก่ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ตาแก่ต้องทำหน้าที่ดูแลเธอ ทั้งป้อนอาหารให้ ทำกับข้าวให้ เกือบทุกอย่าง  ตัวละครเกือบทุกตัวเชื่อมเรื่องราวไปมาอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งๆที่อยู่ในคนละที่ ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน  หนังเรื่องนี้ผู้กำกับฉลาดตรงที่ เขาเอาบุคคลซึ่งในสังคมแล้ว จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมทั่วไป ก็คือ คนแก่ หญิงสาวผิดเพศ และ ชายอ้วนที่มีรูปร่างขี้เหร่   โดยปกติแล้วล้วนแต่เป็นบุคคลที่ถูกละเลยจากสังคม มาเล่นในหนังเรื่องนี้ สะท้อนมุมมองว่า พวกเขาเหล่านั้นก็สามารถมีความรักได้ แม้แต่สุดท้ายแล้วจะไม่สมหวังก็ตาม  พวกเขาก็มีหัวใจเหมือนกับคนประเภทอื่นๆ นั่นแหละ  แล้ว เรื่องนี้จะสังเกตได้ว่า เต็มไปด้วยการสื่อสารที่ใช้แทนคำพูดเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น การพิมพ์ดีด การเขียนจดหมา ย พิมพ์ข้อความ ภาษามือใบ้  แม้กระทั่งการอ่านหนังสืออักษรเบลล์  ก็ตาม


หนังเรื่องนี้เวลาดูแล้ว แทบจะไม่มีบทสนทนากันเลย มีเพียง ซาวแทรกประกอบคลอบรรเลง ทำให้หนังดูแล้วเหงา ลึกซึ้ง อย่างบอกไม่ถูก  การเดินเรื่องค่อนข้างเอื่อยเฉื่อยในหนังเรื่องนี้ อาจจะดูน่าเบื่อไปบ้าง  แต่ผมไม่อยากให้คุณคิดแค่นั้น   ลองเปิดใจดูจนจบก่อนแล้วคุณจะหลงรักหนังเรื่องนี้ไม่ยาก

คะแนน  B+

โลกในความฝัน ยังคงสวยงามเสมอ Lilly chou chou


                                                            Lilly chou chou 


                                                 

"โลกในความฝัน ยังคงสวยงามเสมอ"


( Japan,2001, Shunji iwaii)



บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์ 


"ภาพในโลกแห่งความฝันที่แสนสวยงาม  กับ  ภาพในโลกแท้จริงอันแสนโหดร้าย 
มันช่างดูขัดแย้งเสียเหลือเกิน    การมีชีวิตนั้นอยู่เหมือนฝันร้าย
มีเพียงสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงชีวิตของ ยูอิจิ ได้คือ บทเพลงของ lilly chou chou 
“มาเข้ามาเข้ามาในดินแดนแห่งความฝัน ทุ่งหญ้าสีเขียวที่พร้อมจะกล่อมให้ทุกคนได้หลับใหลและล่อง
ลอยไปกับมัน.
“ถ้าฉันจะขอยืนอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนจะได้ไหม   ฉันไม่อยากที่จะไปเผชิญโลกสีเทา โลกที่เต็มไปด้วยปัญหา เรื่องเลวร้าย เกินกว่าจะรับได้   ฉันอยากที่จะให้บทเพลงของเธอเสกฉันให้ล่องลอยหายไปในดินแดนแห่งนี้  “

นั่นคงคือความรู้สึกภายในจิตใจของ ยูอิจิ  ตัวละครเอกในเรื่องนี้

ถ้าเกิดว่าผมไม่ได้เขียนเล่าถึงหนังเรื่องนี้คงจะนอนไม่หลับเป็นอย่างมาก  หนังเรื่องที่ผมคิดว่าดีที่สุดตั้งแต่ผมเคยชมภาพยนต์เอเชียมาทั้งหมด  ทั้งซาวแทรค หรือเรื่องราว  มุมกล้องทุกอย่างทำได้ลงตัวมากทุกๆวันนี้บทเพลงของ salyu ยังคงหลอกหลอนเข้าไปในจิตใจผม ทุกครั้งที่ได้ดูหรือฟังเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้คล้ายราวกับตัวผมโดนต้องมนต์ไม่ให้ไปไหน ตกอยู่ในห้วงภวังค์ของมัน  มันช่างมีมนต์ขลังจริงๆ   ท่วงทำนองมันสวยงาม หลอกหลอน มีพลัง เคว้างคว้างล่องลอย  อย่างบอกไม่ถูก   มาเข้าเรื่องดีกว่า    การเปรียบโลกทั้งสองด้านที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง    โลกในความฝันที่สวยงามเหมือนสวรรค์  โลกในจินตนาการ  (Utopia)  โลกที่จิตถูกปรุงแต่งขึ้น โลกสมมุติ  โลกที่ถูกพลังแห่งบทเพลงของลิลลี่บัลดาลขึ้น โลกที่ไม่มีอยู่จริง  กับ โลกความเป็นจริง  (Reality ) ที่เหมือนตกนรกทั้งเป็น
โลกที่เลวร้าย  ในชีวิตจริงที่ต้องเผชิญ   หนังเล่าเรื่องราวสะท้อนสังคมด้านมืดของ เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่ง ที่ เข้าสังคมไม่ได้ มีปัญหากัน ทะเลาะกัน แก่งแย่ง   ขาดการเอาใจใส่ มีปัญหา มีเพียงแค่สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพวกเขา คือบทเพลงของ lilly  บทเพลงแห่งอีเทอร์ท่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขาทุกวัน  หนังพูดถึงยูอิจิ ที่เคยมีชีวิตเหมือนกับเด็กปกติทั่วไปๆ มีเพื่อน เข้าสังคมได้ แต่แล้ววันหนึ่ง จู่ๆ ฮิโรโนะ ตั้งตัวเป็นขาใหญ่ รังแก หรือ กลั่นแกล้งคนที่อ่อนแอกว่า อาจเป็นเพราะผลกระทบในจิตใจที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นพวกเด็กเกเรไป  ปัญหาธุรกิจในครอบครัวล้มละลายพระเอกก็ต้องคอยเป็นลูกไล่  อยู่ในกลุ่มเพื่อนเด็กเกเร โดนกลั่นแกล้งสารพัด ชีวิตเหมือนตกนรก ไม่มีความสุข  โลกของความฝันพระเอกเป็นเจ้าของเว็ปไซต์  แฟนคลับของ ลิลลี่  ยูอิจิ ตั้งตนเป็นฮีโร่ในเว็บไซต์ พวกเขามีคนเข้ามาคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับลิลลี่ อยู่มากมาย ทำให้เขาลืมความโหดร้ายในโลกความเป็นจริง หนึ่งในนั้นก็คือฮิโรโนะ ที่เป็นสาวก ลิลลี่ อีกด้วย  โดย ยูอิจิ ใช้นามแฝงว่า  ฟิลเลีย   ส่วน ฮิโรโนะ ใช้ชื่อว่า blue cat แมวสีฟ้า

ยิ่งเขาจมอยู่ในโลกของความฝันมากเท่าไหร่ โลกความจริงก็ยิ่งโหดร้ายมากขึ้นเท่านั้น   ส่วนตัวละครอีกสอง คน คือ คุโนะ  สาวน้อยนักเปียโน เรียบร้อย แต่วันหนึ่งถูกทำร้ายทางจิตใจ ทำให้ชีวิตเธอต้องเปลี่ยนไป
กับ  ทะสุดะ (ยู อา โอ อิ ) สาวน้อยที่ถูกบังคับขายบริการทางเพศตั้งแต่เด็ก  ตัวละครทั้งหมดในเรื่อง ล้วนแต่มีปัญหาในจิตใจทั้งหมด
All about lilly chou chou จะว่าไปมันก็คือหนังที่เล่าปัญหาวัยรุ่น โดยหยิบเอา ช่วงวัยอายุช่วงหนึ่ง คือ  ม 3   ประมาณ  14-15 ปี เป็นช่วงที่อารมณ์ กำลังพลุ่งพล่าน อ่อนไหว  อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก้าวเข้าสู่อีกวัยหนึ่ง
แล้วปัญหาที่พบในหนังเรื่องนี้ทั้งหมด ส่วนใหญ่มันก็เกิดขึ้นบ่อยๆ และเห็นกันอยู่แทบจะทุกวัน   ไม่ว่าจะเป็น  ทะเลาะกัน
ชิงทรัพย์  ลักเล็กขโมยน้อย  ข่มขืน   ฆาตกรรม หรือ การฆ่าตัวตาย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังไม่ได้พูดถึงเรื่องไกลตัวเลย และเลวร้ายเกินไปกว่าคนดูจะรับได้  เนื่องด้วยหนังใส่ฉากที่แสนสวยงาม ราวกับภาพวาดในอุดคมคติ อยู่หลายฉาก  เพลงประกอบในหนัง ล้วนทำให้คนดูคล้อยตามไปกับมัน 
ฉากที่ผมชอบที่สุดคงจะเป็น ฉากเปิดตัวของหนังที่ เราจะเห็น ยูอิจิ ยืนฟังเพลงกลางทุ่งหญ้าสีเขียว
ฉากที่หลอนที่สุด คงเป็นฉาก ที่ ทะสุดะ ยืนเล่นว่าว อย่างมีความสุข   แล้วตัดมาอีกที เธอได้ฆ่าด้วยการโดดตึก  


การตายของ ทะสุดะ (ยู อา โอ อิ) เชื่อมโยง กับ บทเพลง Glide ยังไง


หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมฉากที่ ยู อา โอ อิ ยืนเล่นว่าวอยู่อย่างมีความสุข   แล้วจู่ๆ ทำไมถึงโดดตึกตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ
หนังตัดฉากกลับมา เพื่อหลอกหลอนผู้ชม  ในความคิดผมมองว่า น่าจะเกิดจากปัญหาในจิตใจของเธอ ที่ภายนอกดูเหมือนจะร่าเริงแต่จริงแล้ว ซ่อนบาดแผลไว้ในใจ   กับด้วยอารมณ์ที่แปรปวนของเธอก็เป็นได้  ทำให้เธอทำอะไรไม่คาดฝัน
ผมมองไปถึง ลักษณะของการเล่นว่าว  ว่าวจะขึ้นลงตามลม เปรียบเหมือนอารมณ์ของเธอที่แกว่งไกว อ่อนไหว พร้อมที่จะขึ้น หรือ ตกได้ตลอด   แล้วคำว่า glide ก็แปลเป็นไทยว่า  ร่อน แกว่ง   เมื่อว่าวภายในจิตใจของ ทะสุดะ ตกลง  มันเหมือนกับการตกลงสู่พื้น นำไปสู่การตายในที่สุด  แล้วก็ในหนังเราจะเห็นฉาก ที่ ทะสุดะ ขึ้นไปบนระเบียงตึกอยู่บ่อยๆ  ก็เป็นได้  แล้วมีฉากที่ ทะสุดะพูดว่า  I want fly on sky  ฉันอยากที่บินบนท้องฟ้า  อาจนำไปสู่การอยากกลับไปเกิดใหม่เป็นนกก็เป็นได้ เลยตัดสินใจโดดตึกลงมา 



การปลิดชีพ  blue cat  

“เจ้าแมวสีฟ้า ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องกลับไปเกิดใหม่แล้ว  .  ฟิลเลีย บอก

ฉากคอนเสิรตของ lilly chou chou  เป็นการพบกันของ ฟิลเลีย ยูอิจิ  กับ  Blue cat ฮิโรโนะ  หนังเฉลยมาว่าเขาทั้งคู่ก็เป็นสาวกเพลงของ ลิลลี่ เหมือนกัน แถมยังตอบอีเมล์ในอินเตอร์เน็ตระหว่างกันเกี่ยวกับศิลปินที่เขาทั้งสองรัก blue cat มอบแอปเปิ้ลสีเขียวบอกให้รู้ว่าเขานี่แหละ คือ แมวสีฟ้า
ก่อนที่ ดวงวิญญาณของ ฮิโรโนะ  (Blue cat ) จะถูกปลิดชีพโดย  ฟิลเลีย ยูอิจิ 

หลายๆประเด็นในหนังเรื่องนี้ ล้วนน่าสนใจทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เกาะสวรรค์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของ  ฮิโรโนะ ไปตลอดกาล
การที่คุโนะ ถูกรุมโทรมข่มขืน แล้วอัดวีดีโอ  ทั้งหมดบรรจุอยู่ในหนัง 2 ชั่วโมงครึ่งทั้งหมด


All about lilly chou chou คือหนึ่งในผลผลิตหนังชั้นดีของ ชุนจิ อิวาอิ    ที่ถ่ายทอดออกมาได้ เศร้าหมอง หม่น แต่ด้วยฉาก เพลงประกอบ อะไรหลายอย่างที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลับสวยหมองอย่างประหลาด  ผมเชื่อเลยว่าหนังเรื่องนี้ได้เข้าไปอยู่ในใจของใครหลายคน รวมทั้งผมด้วย


คะแนน A

ประตูสีฟ้าพาหัวใจเราข้ามผ่าน และ ความสดใสในวันวานมันยังคงงดงามเสมอ Blue gate crossing

   Blue gate crossing




"ประตูสีฟ้าพาหัวใจเราข้ามผ่าน  และ ความสดใสในวันวานมันยังคงงดงามเสมอ" 


   (Taiwan,2002,Yee chin yen )


บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์



ประตูสีฟ้าพาหัวใจเราข้ามผ่าน  และ ความสดใสในวันวานมันยังคงงดงามเสมอ
 “เธอยังจำวันวานเหล่านั้นได้ไหม   วันที่เราสองคนปั่นจักรยานไปพร้อมๆกัน”
“จำได้สิ ฉันยังจำได้ดี                  เมื่อฉันนึกถึงในมันทำให้ฉันมีความสุข”
“ฉันอยากที่จะย้อนกลับไปในวันวานเหล่านั้นจัง  “

ภาพของเด็กหนุ่มกับเด็กสาวปั่นจักรยานวนไปวนมา   เป็นภาพที่ดูแล้วสดใส สบายตาจริงๆ ชวนให้ผมอยากย้อนกลับไปในวันวานเหล่านั้นเหลือเกิน


หนังไต้หวันแนว coming age ที่เล่าถึง ความรักในวัยใสๆ ของหนึ่งหนุ่มและสองสาวในวัยมัธยม เปิดฉากของหนังเรื่องนี้ เป็นภาพของสองสาวกำลังหลับตาเล่าถึงความฝันในอนาคตของพวกเธอสองคน   เธอทั้งสองเป็นเพื่อสนิทกัน แล้วก็มีตัวละครที่เข้ามาเป็นบุคคลที่สามนั่นก็คือพระเอกของเรานั่นเอง   ด้วยความที่พระเอกนั้นหล่อ เล่นกีฬาเก่ง จึงเป็นที่หมายปองของสาวๆในโรงเรียน เพื่อนสนิทของนางเอกก็ชอบเขาอีกด้วย    จึงพยายามให้นางเอก  ติดต่อ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับพระเอก กระทั่งแอบส่งจดหมาย สะสมของที่พระเอกชอบ แต่ตัวนางเอกก็สับสนในตัวเองว่าแท้จริงแล้วเธอต้องการจะเป็นอะไรระหว่าง ชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย ยังลังเลในตัวเองอยู่ เหมือนกับนางเอกพยายามเรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง จะเห็นในหลายๆฉากที่นางเอกบอกให้พระเอกลองจูบเธอสิ   พระเอกก็แอบชอบนางเอกอยู่ในตอนนั้น แต่เหมือนกับนางเอกแรกๆก็รู้สึกแอบหึงเพื่อนสาวของเธอที่แอบไปชอบพระเอก จนทำให้ความสัมพันธ์ของเธอสองคนจืดจางลงไป 

Blue gate crossing เป็นหนังทีทำให้ผู้ชม เห็นพัฒนาการลักษณะนิสัย ของตัวละครในเรื่อง เห็นการเติบโตการเปลี่ยนแปลงของวัย สู่อีกวัย มันก็เหมือนการข้ามผ่านประตูรั้วที่ต้องออกไปเจอหนทาง หรือ เรื่องราวข้างหน้าที่
รอเราอยู่



ส่วนตัวเนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก มันก็เป็นหนัง coming age ใสๆ ปกติโดยมีอามรณ์รักสามเศร้าปนอยู่  แต่สิ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้ ก็คือฉากภาพของหนัง หลายฉาก โดยเฉพาะ ตอนปั่นจักรยาน หรือฉากที่ นางเอกและเพื่อนนางเอกนั่งหลับตาเล่าความฝันอนาคต  มันสดใสและงดงามจริงๆ

คะแนน A




เมื่อความรักมีวันหมดอายุ Chungking express

                                                  Chungking express



                                 "เมื่อความรักมีวันหมดอายุ"

                                                (Hong kong ,1994, Wong ka wai )


บทวิจารณ์  และ วิเคราะห์

จะทำอย่างไรเมื่อความเหงาเคลื่อนตัวเข้าหากันโดยบังเอิญ
คุณเคยเป็นไหมทีเจอใครอีกซีกโลกหนึ่งที่มีความเหงามาเป็นเพื่อน
ถ้าเจอแล้วมันคงเป็นความเหงาที่สุดแสนจะโรแมนติก แต่สำหรับ Chungking express  คงเป็นความโรแมนติก ที่ดูจะประหลาดๆ หน่อย  อาจด้วยการแสดงออกของตัวละครในเรื่องทั้ง
 4 คน  ล้วนทั้งหมดเป็นบุคคลแปลกแยก โดดเดี่ยว



หนังเล่าเรื่องราวของคนเหงาๆ 2 คู่  คู่แรกหนังจะพาไปพบกับ ความรักของหญิงสาวผมทองเอเยนต์ ค้ายาเสพติด กับ ตำรวจหนุ่มที่โดนแฟนสาวบอกเลิก แล้วชายหนุ่มก็ซื้อสับปะรดกระป๋องที่มีวันหมดอายุ มากินเพื่อรอเธอกลับมา  เป็นเวลา 1 เดือน แต่แล้วเธอก็ไม่กลับ
คู่ที่ 2 เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในย่าน chungking  สาวผมสั้นร้านอาหารฟาสฟูด กับ ตำรวจหนุ่ม
ที่โดนแฟนสาวบอกเลิกเช่นกัน
เท่าที่ผมดูหนังเรื่องนี้ผมว่ามันเป็นหนังเหงาที่เท่ เรื่องหนึ่ง การจับตัวละคร 4 คน มาอยู่ในเรื่องราว ทั้งที่ทั้ง 4 มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมด แต่พวกเขาถูกความเหงา มาเชื่อมโยงเอาไว้ 
การเล่นความหมายเปรียบเทียบนิสัยพฤติกรรมของตัวละครตำรวจสองคน ของหนังถือว่าทำได้ดีเอามากๆ 


คนหนึ่งเปรียบเทียบความรัก กับ การหมดอายุ ว่าทำไมของทุกอย่างบนโลกใบนี้มันต้องมีวันหมดอายุด้วย ไม่เว้นแม้แต่ความรัก   อีกคนหนึ่งมีพฤติกรรมประหลาดๆที่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งเดิมๆ  สั่งอาหารเมนูเดิมๆ ชอบพูดคุยกับสิ่งของในคอนโดคล้ายคนบ้า  เพื่อทดแทนความเหงา หรือหลอกตัวเองว่าเธอยังไม่จากไปไหน  

การเปรียบเทียบความรัก กับ เมนูอาหาร ถูกเอามาเป็นประเด็นในหนังเรื่องนี้ด้วย
การที่ตำรวจคนที่สองถูกแฟนสาวบอกเลิก ด้วยเหตุผลที่ว่า  เธออยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง แล้วตำรวจหนุ่มก็มักสั่งเมนูเดิมๆที่เธอชอบกิน คือ สลัดผัก แต่เจ้าของร้านอาหารดันบอกว่าทำไมไม่ลองเปลี่ยนเมนูอื่นบ้างเผื่อว่ามันจะได้ไม่น่าเบื่อ ก็เหมือนกับความรัก ในเมื่อเขากล้าที่จะเปลี่ยนรสชาติ ทำไมเราจะไม่ลองเปลี่ยนดูบ้าง
ซึ่งเป็นจุดที่ผมชอบในเรื่องนี้   


ตัวละครอีกตัวที่ผมจะพูดถึงคือ สาวผมสั้นร้านอาหารฟาสฟูด มันมีความประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เธอมักจะแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเธอแอบชอบตำรวจหนุ่ม
เปิดเพลง แล้วเต้นอย่างมีความสุขทุกครั้งที่เขามาซื้ออาหารในร้าน บางครั้งถึงขั้นสะกดรอยตามไปที่คอนโดที่ตำรวจหนุ่มพัก  เพื่อไปจัดสิ่งของในห้องให้เรียบร้อย
ผมว่ามันมีความโรแมนติกอยู่เอามากๆ เพียงแต่หนังเรื่องนี้มันมีวิธีการนำเสนอความโรแมนติกแบบอ้อมๆ  ไม่เล่าตรงๆ ผมว่ามันเป็นเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้  ครั้งแรกที่ผมดูผมไม่เข้าใจการแสดงออกของตัวละคร หญิงผมสั้นเอาซะเลย  แต่ดูรอบที่สองคือเข้าใจเลย
เพราะฉะนั้นผมมองว่าเสน่ห์ของ Chungking express  อยู่ที่การแสดงออกของตัวละครทั้งหมด ที่ล้วนใช้อารมณ์ความรู้สึกมากว่าเหตุผล แต่ถ้าใช้เหตุผลผมมองว่าเขาพยายามแสดงออกมาในเชิงเปรียบเทียบมากกว่าที่จะยอมเล่าตรงๆ


คะแนน A


แด่ผู้ลาลับ (นางฟ้าสีดำ) Amy winehouse

Amy winehouse



แด่ผู้ลาลับ (นางฟ้าสีดำ)

(U.K,2015,Asif Kapadia )



บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์


งดงามและเจ็บปวดไปพร้อมๆกัน
เป็นหนังสารคดีที่พีคมากๆสำหรับเรา ไม่ดูบอกเลยพลาดมาก เพราะตลอดทั้งเรื่องคุณจะได้เห็นเกือบจะทุกซอกทุมมุมในชีวิตของเธอ
สำหรับเรา เอมี่ เหมือนกับ ผู้หญิงที่พร้อมจะปลิดปลิวไปเรื่อยๆ นางดูไม่มั่นคง เปราะบาง เป็นเหมือนนกน้อยที่พร้อมจะบินตลอดเวลาทั้งที่รุ้ว่าปีกยังไม่แข็ง สภาพจิตใจชีวิตครอบครัวก็แตกหัก พ่อแม่หย่าร้างตั้งแต่เธอเด็ก พ่อคบชู้ กลายเป็นเด็กมีปัญหา นำพาเธอสู้ชีวิตดำมืด
ชีวิตของเอมี่ มันไม่ต่างกับคนทั่วไป มีขึ้นลง ลงแล้วขึ้นไปเรื่อยๆ แต่มันก็มีปัจจัยหลายๆอย่างที่พาชีวิตเอมี่ดิงไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่มีวันกลับ เอมี่เป็นนักร้องที่ผมมองว่าเธอมีจิตวิญญานความเป็นตัวเองสูงมาก เล่นเพราะอยากทำ อยากร้อง ทำเพลงไม่ต้องแคร์ใครมาก การทำเพลงแบบเป็นส่วนตัว คือการที่เราได้สื่อสารกับตัวเราเอง จะสังเกตุได้ว่าทุกบทเพลงที่เอมี่ ร้องแต่งไป นี่มาจากชีวิตเธอทั้งนั้น
back to black หวนกลับสูความเศร้าอีกครั้ง เพลงนี้เราชอบมาก เหมือนว่าเธอจะรู้ชะตาชีิตว่ายังไงเสียก็หนีความเลวร้ายไปไม่ได้
ดูไปมาก็มีบางจุดที่โครตสะทือนใจ เมื่อชีวิตคนคนนึงเคยจุดสูงสุด วันหนึ่งมาอยู่ในต่ำสุด สำหรับเรานี่แทบจะรับไม่ได้ เราได้เห็นถึงความโรคจิตของมนุษย์เราอย่างนึง เมื่อคนที่เราเคยชื่นชมให้ค่าเขามาก ถึงเวลาโด่งดังเราเยินยอ แต่เมื่อเขาตกต่ำกลับซ้ำเติม เอาชีวิตเขามาเล่นเป้นหนังตลกบ้าง ยิ่งพวกสื่อที่ผมว่าตัวดีเลย
และเราก็ได้เห็นถึงแง่มุมบางอย่าง ว่า ชีวิตมนุษย์แม่งไม่ได้มีความแน่นอนเลย ถึงคราวจะดีก็ดีใจหาย ถึงเวลาจะกลับมาดี กลับมีบางสิ่งเล็กๆมานำพาให้เป็นแบบนั้น มีสารหนึ่งที่เธอพูด เราร้องเพลงได้ แต่ถ้าเลือกมาเดินเหมือนคนธรรมดาได้ ไม่ต้องมีสื่อ ฉันยอมนะ เรารู้เลยว่า ไอ้การให้ค่าความโด่งดังที่มนุษย์เราอยากจะเป็นเหมือน idol คนนี้ คนนั้น มันช่างดูหลอกลวง คนดังอย่างเธอชีวิตจริงๆแล้วนั้นไม่ได้สวยหรูเหมือน ชื่อเสียง การยืนรับรางวัลแบบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มบนเวที แต่ใจข้างในเต็มไปด้วยความระทม เพราะฉะนั้นเราถึงอยากบอกว่า การที่เป็นคนธรรมดาแม่งวิเศษสุดแล้ว จะเป็นคนที่มีคนจำนวนไม่ถึงร้อยที่รู้จักคุณ แต่คุณมีความสุขมันไม่ดีกว่าเหรอ
ปล เพลงทีเราชอบที่สุดของเธอคือ Tears Dry On Their Own

คะแนน  A

The Great passage

The Great passage



(Japan,2013 ,Yuya Ishii )



บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์

ดูไปอมยิ้มไปกับความทึ่มน่ารักของคุณพระเอก ตอนแรกเรามองตั้งนานึกว่าใคร ที่ไหนได้ ไอ้หมอนี่ที่เล่นเรื่อง Nana นี่หว่า โครตจะเนิร์ดเลย เรื่องนี้ไปมาแม่ง เนิร์ดกว่า คุณเคนจิ The last life in universe อีก คุณ ยาโยอิ มิย่ซากิ เจ๊แกเป็นสาวนักแสดงที่เราว่ามีเสน่ห์รอยยิ้ม มันเป็น unique เธอไปแล้ว
เอาเนื้อเรื่องบ้าง มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำพจนานุกรม ตอนแรกทำใจก่อนดูว่าต้องซีเรียสอึดอัด ใส่สิ่งที่เรียกว่า academic content กลัวมากว่าหนังจะเน้นวิชาการ แบบ ให้เรารู้ถึงวิธีการทำพจนนุกรมแบบละเอียดยิบของคนญี่ปุ่นไปมา หนังเสนอแก่นแบบนั้นจริง แต่ผสมลูกเล่นหนังโรแมนติกเบาๆ ของคุณพระเอกกับนางเอกให้คนดูรู้สึกว่าเข้าถึงเนื้อหาได้ เพราะฉะนั้นแล้วหนังมันไม่ได้ individual จนเกินไป ไม่ต้องเป็นพวก บรรณณารักษณ์ก็อินได้
คนนดูธรรมดาๆอย่างเราก้สัมผัสหนังได้ ดูไปมาโครตเพลินเลยบอกตรง
เราได้เห็นถึงการบ่มเพาะในการทำพจนานุกรมของคนที่มีสายอาชีพนี้ ว่าแต่ละขั้นตอน มันใช้เวลานาน มีการาคำศัพท์ เรียงคำ ตรวจคำหลายๆ รอบ จนตีพิมพ์ เห็นถึงความทุ่มเท ตรากตำ ของพวกเขา มันเหมือนครอบครัวคนที่ทำงานดึกก็มาช่วยกันอยู่กินในออฟฟิสไม่มีใครเกี่่ยงใคร เราจะเห้นได้จากหนังญี่ปุ่นที่เค้าจะมีค่านิยมปลูกฝัง ความสามัคคีของการทำงาน หนังเรื่องนี้ผมถึงบอกมันค่อนข้างจะญีปู๊นญี่ปุ่น แล้วดิกที่เขาทำยังเป็นพจนานุกรมแบบร่วมสมัย พูดง่ายๆแล้ว หนังให้พลังแก่ การสื่อสารของมนุษย์สำคัญ รู้สึกอย่างไง เขียนลงไป อัดคำแสลงต่างๆ ของคนในยุคนี้ให้หมด ไม่เกี่ยงว่าต้องเป็นคำที่ทางการ เราอยากให้พจนานุกรมไทยเป็นแบบนั้น
รวมๆมันไม่ใช่หนังดูยากเลย สนุกซะด้วยซ้ำ

คะแนน  A