วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อุ่นไอรัก ilo ilo

             ILO LIO  



(Singapore,2013,Anthony Chen)




บทวิจารณ์ และ วิเคราะห์



บทความนี้ไม่สปอย์เนื้อหาสามารถอ่านได้ครับ

ห่่างหายไปกับการเขียนบล๊อกหนังมาเกือบครึ่งปี ไม่ค่อยมีเวลา หนังก็ไม่ค่อยได้ดู  แต่ยังมีหนังที่ดูแล้วยังอยู่ใน stock และไม่ได้เขียนถึงอยู่พอสมควร ซึ่งผมจะทยอยเขียนละกัน  วันนี้ผมจะมาแนะนำหนังอินดี้สิงคโปร์เจ้าของรางวัลเวนิซ  นั่นก็คือ    ILO ILO  ซึ่งเพิ่งจะได้มีโอกาสได้ดูก็เมื่อสองวันก่อนนี้เอง                                                                                                                                   

ILO LIO   อิโล่ อิโล่ ชื่อหนังแสนแปลกประหลาดเรื่องนี้เป็น หนังดราม่าชั้นดีจากสิงคโปร์ครับ  ผมเคยอ่านเจอบทวิจารณ์และบทรีวิวของหนังเรื่องนี้ในนิตยสาร bioscope ฉบับหนึ่งเมื่อหลายเดือนที่แล้ว และได้เขียนถึงหนังเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ  ก่อนที่หนังจะเข้าฉาย ผมจึงไม่รีรอรีบไปหามาดูทันทีหลังจากนั้น  และไม่คาดคิดว่าหนังจะมีแบบพากย์ไทยโดยไม่ต้องลำบากมานั่งแปลซับเลย  ในที่สุดก็ได้ครอบบครองหนังเรื่องนี้ครับ   ตอนแรกผมนึกว่าเป็นผลงานล่าสุดของ eric koo ผู้กำกับสิงคโปร์ที่เคยทำหนังอย่าง be with me เมื่อปี 2005 มาแล้วแต่กลับไม่ใช่  เอาละครับ มาพูดถึงภาพโดยรวมของหนังถือว่าเป็นหนัง family drama ที่ดูแล้วเพลินเลยทีเดียว ก่อนหน้านั้นผมแอบคิดว่าหนังจะออกมาในสภาพหดหู่ มากนัก แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ เรื่อยๆ จะสว่างก็ไม่เชิง  อยู่ในระดับหม่นแบบเบาๆ  

ว่าด้วยเรื่องของหญิงสาวฟิลิปินส์ที่เข้ามาทำงานในสิงคโปร์ มาเป็นคนรับใช้ของครอบครัวคนจีนที่อยู่ในสิงคโปร์    แถมยังมาเป็นพี่เลี้ยงของเด็กดื้อประจำบ้าน  มิตรภาพต่างวัย ต่างเชื้อชาติจึงเกิดขึ้น

หนังยังพูดไปถึงเรื่องของสภาพเศรษฐกิจของสิงคโปร์ที่อยู่ในช่วงทรุดตัว  สภาพความเป็นไปและจิตใจของคนในครอบครัวที่ดูเหมือนว่าจะไม่ดีเอาซะเลย  เมื่อเจอเรื่องของการเงินลุ้มเล้า ครอบครัวมีปัญหา พ่อแม่เถียงกัน แต่สิ่งเหล่านั้นล้วนมาจากปัจจัยบังคับ สภาพความกดดัน   การตกงานของคนในครอบครัว    ต่างๆ ทำให้ความอบอุ่นมันหายไป    ถ้าใครเคยดูหนัง tokyo sonata หนังปัญหาครอบครัวของญี่ปุ่น จะสภาพคล้ายๆกันเพียงแต่นั่นมันมาจากปัจจัยแค่ ผู้นำครอบครัวที่บกพร่อง แต่เรื่องนี้มันมาจากปัญหาเศรษฐกิจ     
      

สิ่งที่ชอบคือ  ความเป็นธรรมชาติของหนัง  ซึ่งทำออกมาได้ดีทีเดียว   หนังที่ไม่ใช้เพลงประกอบฉาก แต่เน้นไปถึงอารมณ์ของตัวละคร     

เด็กในเรื่องดื้อสุดๆ (ในตอนแรก)  พอหลังจากนั้น เป็นเด็กที่น่าสงสารและน่ารักคนหนึ่ง


อย่างที่ผมบอกไปมันไม่ใช่หนังหดหู่มากนัก แต่มันเป็นหนังครอบครัวที่ดูได้เรื่อยๆพอที่จะให้คนดูอมยิ้มอยู่บ้าง   


ปล ถ้าใครนึกอยากดูหนังครอบครัวๆ เพลินๆ ผมแนะนำเรื่องนี้ครับ   

คะแนน  B+



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น